เติมลมยางรถยนต์อย่างไร ถึงจะปลอดภัยในการขับขี่

20

สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงในการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนก็คือความปลอดภัย ถ้าจะให้ดีจะต้องเช็คสภาพรถในเบื้องต้นก่อนการขับขี่ โดยเฉพาะยางรถยนต์ จะต้องมีแรงดันของลมยางที่มีความพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป จึงจะสามารถขับขี่ตามท้องถนนได้อย่างปลอดภัย โดยในบทความนี้จะมาอธิบายถึงรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับการ เติมลมยางรถยนต์ ซึ่งผู้ใช้รถยนต์เป็นประจำจะต้องรู้ไว้บ้าง

ความสำคัญของการเติมลมยางรถ

การมีปริมาณของแรงดันในยางรถยนต์ที่เหมาะสมนั้น จะทำให้การขับขี่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และเป็นการยืดอายุการใช้งานของยางรถให้มีมากขึ้นด้วย

เติมลมยางแข็ง หรืออ่อนจนเกินไป ส่งผลอย่างไร

  • เติมลมยางแข็งเกินไป หากลมยางมีความแข็งจนเกินไปจะมีความสามารถในการบรรทุกสิ่งของหนักได้มากยิ่งขึ้น การออกตัวรถจะดีขึ้น แต่มันจะส่งผลเสียต่อการยึดเกาะบนท้องถนนให้มีประสิทธิภาพลดลงโดยเฉพาะเวลาที่รถเข้าโค้ง ระยะการเบรกรถจะยาวมากขึ้น เวลาที่ขับรถจะมีการสั่นสะเทือนเข้ามาภายในห้องโดยสารมากยิ่งขึ้น
  • เติมลมยางอ่อนเกินไป หากรถของคุณมีลมยางที่อ่อนจนเกินไป จะรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลขณะที่ขับขี่ แต่ว่าเครื่องยนต์จะทำงานหนัก ส่งผลให้เป็นการสิ้นเปลืองน้ำมัน หากคุณขับรถเร็วรถจะเกิดการโยนตัว และเสี่ยงต่อการเกิดยางรถระเบิดได้ นั่นเป็นเพราะว่าแก้มยางเกิดการสั่นตัวมาก จนกลายเป็นความร้อนสะสมภายในยางรถนั่นเอง

แรงดันลมยางสำหรับรถยนต์แต่ละประเภท

  • รถยนต์ขนาดเล็ก ควรเติมแรงดันลมยางให้อยู่ระหว่าง 25 – 30 ปอนด์
  • รถยนต์ขนาดกลาง ควรเติมแรงดันลมยางให้อยู่ระหว่าง 30 – 35 ปอนด์
  • รถกระบะ (ไม่บรรทุก) ควรเติมแรงดันลมยางให้อยู่ระหว่าง 35 – 40 ปอนด์
  • รถตู้บรรทุก ที่บรรทุกโดยสารคนได้ประมาณ 7-10 คน ควรเติมแรงดันลมยางให้อยู่ระหว่าง 43 – 55 ปอนด์

ควรเติมลมยางบ่อยขนาดไหน?

โดยทั่วไปแล้วลมยางจะมีการลดลง 2-3 ปอนด์ ต่อตารางนิ้วต่อหนึ่งเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณเติมลมยางอยู่ที่ 27 ปอนด์ ลมยางที่ลดลงไปจะเหลืออยู่ที่ประมาณ 24-25 ปอนด์ ดังนั้นคุณควรมีการเช็คลมยาง และควรเติมลมยางเดือนละ 1-2 ครั้ง เป็นอย่างน้อย หากคุณจำเป็นจะต้องมีการเดินทางไกลจะต้องมีการเช็คลมยางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ยางรถยนต์นั้นคุณควรดูแลใส่ใจให้มีสภาพที่พร้อมในการใช้งานอยู่เสมอ และการเติมลมยางรถยนต์นั้นจะต้องดูประเภทของรถยนต์ที่คุณใช้งานและทำการเติมลมยางให้มีแรงดันลมที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานของยางรถยนต์สูงสุด และเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ที่มากขึ้นด้วย